มันน่าสงสัย
กุมภาพันธ์ 22nd, 2010ผมสงสัยจริง ๆว่าบล็อกที่ไม่ได้โฆษณา แต่มีคนค้นหาเจออยู่เรื่อย ๆนี่มันเป็นเพราะเหตุใดกัน แต่ก็ไม่รู้จะไปหาคำตอบจากใครได้ ก็ได้แต่สงสัย ๆ
ผมสงสัยจริง ๆว่าบล็อกที่ไม่ได้โฆษณา แต่มีคนค้นหาเจออยู่เรื่อย ๆนี่มันเป็นเพราะเหตุใดกัน แต่ก็ไม่รู้จะไปหาคำตอบจากใครได้ ก็ได้แต่สงสัย ๆ
เป็นอีกครั้งนึงแล้วสำหรับบล็อกนี้ที่ได้ทำการย้าย คราวนี้เป็นการย้ายจากโดเมนหลักเพราะต้องการนำไปใช้ มาที่subโดเมน ขลุกขลักอยู่นิดหน่อย ก็ได้ไล่ทวนความรู้ที่มีอยู่กันไปในที่สุดก็สำเร็จไปได้ด้วยดี สำหรับที่อยู่ใหม่ของบล็อก NAABOON นี้คือ http://blog.naaboon.com เลยเปลี่ยนชื่อบล็อกกันใหม่เสียเลยเป็น BlogNAABOON ก็คิดว่าเข้าท่าเข้าทีดีนะ หรือใครว่าไง. อ้อ!ลืมไปสวัสดีปีใหม่กันด้วยนะครับ ขอให้มีความสุขกันทุก ๆคนครับ มีความสุขมาก ๆและได้พบแต่สิ่งดี ๆครับ สวัสดี ๆ
ตั้งใจว่าจะเว้นตรงนี้ไปสักระยะหนึ่ง ไม่รู้จะนานแค่ไหน แต่คงไม่ใช้ปลั๊กอินแสดงสถานะปิดบล็อกก็จะปล่อยไว้อย่างนี้ มีโอกาสเมื่อไหร่ก็จะได้เจอกันอีก ต้องมุ่งมั่นกันพอสมควร แล้วเจอกัน
ไม่ใช่กาแฟโบราณแล้วล่ะเดี๋ยวนี้ แต่เป็นเนสกาแฟชงใส่น้ำตาลใส่ครีมของเจ้าเดียวกันล่่ะ เหลืออร่อยน้อยเต็มทีสำหรับกาแฟแบบเดิม ๆ ก็กินกันแบบที่คุ้นเคยนี้แหละง่ายดี
ข่าวโดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
“เถ้าแก่น้อย” ขอ 3 ปีปั้นตัวเองเข้าตลาดหุ้น หวังระดมทุนพัฒนาแบรนด์เพื่อเพิ่มความสามารถทำกำไร และเพิ่มบุคลากร คาดรายได้ปีนี้ 1.3 พันล้านบาท
นายอิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเถ้าแก่น้อยฟู้ดแอนด์มาเก็ตติ้งจำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสาหร่ายทอดแผ่น ภายใต้แบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนขยายขนาดธุรกิจ และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2555 หรืออย่างช้าปี 2557
วัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนมาปรับปรุงแบรนด์สินค้า “เถ้าแก่น้อย” เพื่อเพิ่มความสามารถทำกำไร ขยายไลน์สินค้า และเพิ่มบุคลากร ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท และจะทยอยเพิ่มทุนในปี 2553 คาดจะมีทุนจดทะเบียน 40-50 ล้านบาท
เขากล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้รวม 1,300 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2551 ที่มีรายได้รวม 1,030 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิคาดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่มีกำไรสุทธิ 100 ล้านบาท สาเหตุที่รายได้เพิ่มขึ้นเพราะมีการประชาสัมพันธ์สินค้า ซึ่งมีผลต่อยอดจากการประชาสัมพันธ์เมื่อปีที่แล้ว
ขณะเดียวกัน การเปิดร้าน “เถ้าแก่น้อย แลนด์” ที่เริ่มต้นดำเนินการตั้งแต่ปลายปี 2551 ก็สร้างยอดขายได้ตามเป้าที่กำหนด ส่วนปี 2553 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวม 2,000 ล้านบาท
“อัตรากำไรขั้นต้นปีนี้ น่าจะอยู่ที่ 30% จากปีที่แล้วที่ 10% เพิ่มขึ้นเพราะต้นทุนถูกลง และซัพพลายเออร์ที่ขายสาหร่ายให้ลดราคาสาหร่ายลง 3-4% จากราคาเฉลี่ย 1 พันบาทต่อกก. เพราะภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้คนบริโภคสาหร่ายลดลง ราคาขายสาหร่ายจึงลดลงด้วย”
บริษัทยังมีแผนเพิ่มสัดส่วนยอดขายในต่างประเทศมากขึ้น เพราะมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าในประเทศ 1 เท่า ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการขายในต่างประเทศ 30% และขายในประเทศ 70% ประเทศที่ต้องการขยายการส่งออกคือประเทศแถบยุโรป แคนาดา และบรูไน จากเดิมที่ส่งออกอยู่ในประเทศแถบเอเชียตะวันออก และปี 2553 จะขยายไปสู่ตลาดประเทศจีนและไต้หวัน ซึ่งเดิมมีคำสั่งซื้ออยู่แล้ว แต่ยังน้อยอยู่
ปัจจุบันมีสาขาเถ้าแก่น้อยแลนด์ 10 สาขา และจะเพิ่มเป็น 30 สาขา ในปี 2553 โดยมีงบประมาณขยายสาขาละ 3-4 ล้านบาท และปี 2553 บริษัทจะเพิ่มสร้างโรงงานใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 5 แสนแผ่นต่อวัน จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 1 แสนแผ่นต่อวัน โดยโรงงานจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการในปี 2554 ใช้งบลงทุน 80 ล้านบาท แหล่งเงินมาจากกระแสเงินสดของบริษัท
นายอิทธิพัทธ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันการแข่งขันตลาดขนมขบเคี้ยวค่อนข้างรุนแรง ซึ่งบริษัทรับมือโดยการเพิ่มมูลค่าให้แบรนด์สินค้า ปีนี้จัดสรรงบด้านการตลาดไว้ 50-60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ใช้งบด้านการตลาด 30 ล้านบาท และปี 2553 ก็จะใช้งบด้านการตลาด 50-60 ล้านบาทเช่นเดียวกัน
ปัจจุบัน เถ้าแก่น้อยมีมาร์เก็ตแชร์ 70-80% ของมูลค่าตลาดรวมสาหร่ายที่ระดับ 1.5-2 พันล้านบาท ส่วนตลาดขนมขบเคี้ยวทุกประเภทที่มูลค่าตลาดรวม 2 หมื่นล้านบาท เถ้าแก่น้อยมีมาร์เก็ตแชร์ 8%
วันก่อนผ่านไปอ่านบทความที่บันทึกไว้ในบล็อกของคุณแบงค์ ที่ naphuket.net แล้วรู้สึกว่านอกจากจะต้องแสดงความคิดเห็นฝากเอาไว้ณ.ที่ตรงนั้นแล้ว ณ.ที่ตรงนี้ก็ควรที่จะต้องแสดงออกซึ่งสถานะหรือจุดยืนส่วนบุคลเอาไว้บ้างให้เป็นที่รับทราบโดยถ้วนทั่วกัน
ช่วงนี้บ้านเมืองนี้มันดูแปลก ๆยังไงชอบกล อันที่จริงจะว่าแปลกมันก็ไม่เชิงนะ อาจจะเป็นว่าเพิ่งเคยเห็นนั่นกระมัง ที่จริง(ขออีกที) ก็คือก็พอจะได้เห็น ๆกันมาบ้าง พอจะคาดเดาไว้ได้บ้างว่าอะไรจะต้องเกิดขึ้นอย่างไร แต่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้
ที่ว่าแปลกก็มีอย่างเช่น
คนมีความผิดหนีคดีไม่ยอมรับโทษ แต่มีคนเรียกร้องให้กลับมาปกครองประเทศ
คนเป็นอดีตผู้ปกครองประเทศไปติดต่อกับต่างประเทศด้วยธุระของคนหนีคดีอย่างเปิดเผย
มีคนไปขอยกโทษให้กับคนที่ไม่ยอมรับผิด
มีบางคนที่รู้ไปหมดทุกเรื่องทุกกระเบียดนิ้วที่คนอื่นทำผิดแต่กับคนข้าง ๆตัวมีคดีติดตัวมากมายแต่กลับมองไม่เห็นอะไรเลย
การพูดถึงอำนาจมืดที่มาบีบบังคับบงการ การบริหารงานแผ่นดินอย่างโจ่งแจ้ง และแนะนำให้ยอมทำตามอำนาจมืดนั้นอีกต่างหาก
มีการเสนอแก้กฎที่ใช้ร่วมกัน เพื่อบุคคลบางคนบางกลุ่มพวก (สำคัญจริงไอ้พวกนี้)
ฯลฯ อีกมากมาย
ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว ในความเป็นจริงส่วนตัวก็มีความเชื่อล่ะว่าโลกใบนี้นั้นมันไม่ได้มีถูกมีผิด ดีหรือไม่ดีอะไรหรอก ทุกอย่างมันก้ขึ้นอยู่ที่เราไปตีค่าให้ราคามันเอง แต่ก็นั่นแหละสำหรับโลกที่ไม่มีดีมีเลวนี้ ที่ทุกคนสามารถจะทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่มันก็มีรูปแบบการประพฤติปฎิบัติที่กระทำสืบต่อกันมาด้วยเหตุที่ได้เห็นกันแล้วว่าการกระทำแบบไหนจึงจะเป็นการกระทำที่ทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข และนั่นก็กลายเป็นรูปแบบที่เราเรียกกันยึดถือกันว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม แต่กระนั้นก็ยังมีคนที่ประพฤติตรงข้าม จนกลายเป็นความแปลกประหลาดใจอย่างที่บ่น ๆมา และมั่นใจว่าผู้ที่กระทำการแปลก ๆต่าง ๆหาได้รู้สึกแปลกกับการกระทำของตนเองไม่ คิด ๆไปแล้วก็น่าเศร้า แต่ก็อย่างว่ามีกันอยู่หลายคนความคิดก็แตกต่างกันไปจะไปยึดถือเอาเป็นสาระก็รังแต่จะทุกข์ใจเปล่า ๆแท้ที่จริงโลกนี้ว่างเปล่าเป็นเพียงความว่าง ที่เห็นว่ามีอยู่ก็เพียงแต่เราทึกทักเอาว่ามีอยู่จริง
ขอผ่านจากเรื่องความว่างแล้วกัน
(ยังไม่จบเด๋วมาเขียนต่อ)
พยายามกำหนดจุดกำหนดทิศทางของบล็อกอยู่หลายเพลา เปลี่ยนมาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ที่สุดก็หาข้อสรุปไม่ได้เสียที คงต้องลงมือทำกันไปก่อน แล้วอัตตลักษณ์มันคงบังเกิดมีของมันขึ้นมาเอง น่าที่จะเป็นอย่างนั้นนะ ลองผ่านๆไปดูบล็อก ของชาวบ้านชาวช่องที่เขาทำกันดูแล้ว ก็ให้เกิดรู้สึกท้อใจขึ้นมา เพราะเท่าที่เห็นโดยมากจะพูดถึงเรื่องไอทีกันเสียเป็นส่วนใหญ่ ที่ท้อไม่ใช่บล็อกเว็บของชาวบ้านเขามันน่าอเนจอนาถใจหรอกนะ เว็บบล็อกของเขาดีมากกกก ๆ ๆ ๆๆ แต่ที่รู้สึกแย่ไปก็เพราะ naaboon เองก็อยากที่จะทำบล็อกที่ให้ความรู้อย่างนั้นเหมือนกัน แต่อนิจจา ข้าแต่ผู้มีฤทธิ์เดช เพิ่งติดตั้งบล็อกได้มา เมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง และเดิม ๆๆทีก็เป็นคนต่อต้านเทคโนโลยีเสียด้วย ที่อยากจะนำเสนอเรื่องเหล่านี้ ก็ด้วยเหตุที่ออกจะเป็นคนล้าหลังนี้แหละ แต่ยังเห็นมีคนที่ยังล้าหลังกว่าเลยอยากจะนำเสนอให้กับคนกลุ่มที่ว่านี้แหละ แต่แล้วจะเอาอะไรมานำเสนอ โดยเฉพาะบล็อกเกอร์นี่เค้าจะต้องมีความรู้ในเรื่องที่พูดดีพอเสียด้วย ถึงจะสื่อสารกันออกไป ถ้างู ๆปลา ๆก็จะกลายเป็นบล็อก เก้อ ที่เงียบเหงาไม่มีใครรู้จัก แต่เรื่องที่จะไปโขมยความคิด ผลงานของคนอื่นมานำสเนอนี่ ไม่ควร ๆอย่างยิ่ง
ดูไม่หวือหวาเรียบ ๆแต่ดูมีเสน่ห์ในตัวเอง (ตรงไหนวะ.. 55+) บางทีดูมันลึกลับชวนให้ค้นหา ออกไปทางสยองขวัญ ดูแล้วนึกถึงหนัง จูออน อะไรไปเสียอย่างนั้น แต่ก็ชอบมาก ๆสำหรับเวลานี้ ทีี่ี่คงจะต้องทิ้งบล็อก naaboon ไว้อย่างนี้ไปเสียพักใหญ่ ทั้งนี้เพราะเนื้อหาที่ต้องการจะนำเสนอนั้นต้องไปหาความรู้ หาประสบการณ์ และพิสูจน์ลองทำดูจนได้ผล แล้วจึงจะนำมาบอกเล่าบอกกล่าว ถ้าจะต้องทิ้งไว้ให้มันร้าง ๆอย่างนั้น ธีมนี้น่าจะเหมาะ .. แล้วหวังเอาไว้ว่าจะไม่ต้องทิ้งเอาไว้นาน เพราะนั่นหมายถึง สามารถประสบความสำเร็จได้โดยเร็ว และนำมาบอกเล่ากัน..
มันมีหลากหลายข่าวคราวที่ออกไปทางที่ไม่ดีสำหรับโลกตรงนี้ การล่อลวง การฉ้อโกง อืมมม.นึกคำไม่ออก แต่ก็มีจริง ๆ อย่าได้ประมาทไป และอย่าได้ปิดใจคิดแคบ ๆกับโลกตรงนี้ มีน้องของเพื่อนกันที่ได้แต่งงานแต่งการมีครอบครัวก็จากโลกตรงนี้ล่ะ แต่รายนั้นไม่ดี พากันเรียนไม่จบ ตอนที่มาเจอกันหลังจากติดต่อกันมานาน ต่างคนต่างก็ว่ากัน เธอไม่เหนสวยเหมือนในรูปล่ะ เธอก็ไม่เห็นหล่อเลย 55+..ไม่รู้ยังไงอีก แต่ที่สุดก็ได้อยู่ด้วยกัน ส่วนตัวเองที่ได้ติดต่อกันก็นอกจากจะมีคนที่เคย ๆเล่าให้ฟังแล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่ได้ติดต่อกันผ่านที่ตรงนี้ มีมู๋เติ้ล มีสาวนักบัญชีคนที่ว่า แล้วยังมีอีกคน ทำงานใกล้ ๆกันด้วย มีนักเรียนพยาบาล ตอนนี้ทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ สาว ม.สารคามคนนี้ไม่ได้ติดต่อกันแล้วสงสัยจะมีครอบครัวแล้วดิ สาวน้อยที่เพิ่งจบ ม.6 ยังไม่ได้เรียนต่อหรือสาวน้อยที่ยังไม่จบ ม.6 โรงเรียนฝรั่งเค้าเรียก ม.5 เกรดเท่าไหร่นะ เจ้านั้นรู้จักกันมาหลายเวลาแล้ว แต่ตอนนี้ยังอยู่ชึั้นนี้ และเทอก็อยู่กินกับแฟนมานานแล้ว (เดาอายุกันเอาเองว่าเทอเริ่มอยู่กับแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่ขอะลาบละล้วง 55+) มีที่เคยจะมาหาด้วยนะ ตอนนี้ไปอยู่ไกลแล้ว(เมืองนอก ๆ) ก่อนไปยังติดต่อเพื่อนไว้ให้ได้คุย ได้รู้จักก่อน (คนนี้ทุกวันยังติดต่อกันอยู่คาดว่าอาจจะได้เป็นคู่กัน เหอๆ แต่กึ่งออนไลด์เน้าะ.. เพราะรู้จักผ่านคนที่รู้จักกันทางโลกออนไลด์อีกที.)
นอกจากเรื่องสาว ๆเรื่องเพื่อนคนมีน้ำใจที่ช่วยเหลือกันติดต่อกันผ่านทางนี้ก็มี และนอกจากเรื่องสังคม ยังมีเรื่องการทำมาค้าขาย การติดต่อกันเรื่องธุระกิจการงาน แล้วยังมีเรื่องการหารายได้ ผ่านการทำงานตรงนี้อีก ที่หลอกลวงก็มีที่จริง ๆก็มีเหมือนอย่างเคย โลกเสมือนจริงวันนี้ได้เข้ามาเป็นความจริงในโลกของคนอีกหลาย ๆคน และต่อ ๆไปก็คงทั้งโลกไปแล้ว มีโอกาสได้ศึกษาสำหรับคนที่ยังไม่ได้รู้จักกับที่ตรงนี้ หรือเปิดใจศึกษาดูให้ดีสำหรับคนที่มาอยู่ก่อนมันยังมีอะไรอีกเยอะ อยากให้เปิดใจมาลองดู และระวังกันด้วย เราไม่เข้ามาหามันที่สุดแล้วมันก็จะเข้ามาหาเรา ครับ
เห็นมานานแล้วแต่คิดว่ามันออกจะดูเชย ๆ แบบว่าไม่หรููหราไม่มีอะไรเลยมีแค่รูปเทพีเสรีภาพ กับพื้นขาว ๆแต่เมื่อวันก่อนพยายามจะหาธีมมาเปลี่ยนให้ตรงกับบุคคลิกที่สุด กลับเลือกเอาธีมนี้มาทดลองติดตั้งดู แล้วก็รู้สึกรักขึ้นมาทันใดดังคำโบราณว่า เกลียดสิ่งไหนก็จะได้สิ่งนั้น อืมมมม. อย่าประมาทคำโบราณ และมีเรื่องที่รู้สึกหนักใจอีกเรื่องคือบล็อกเว็บที่มีอยู่หลายตัว จริงอยู่เคยคิดว่าบล็อกตัวเดียวคงแสดงความเป็นตัวเองออกไปไม่ได้หมดทุกด้าน แต่ถ้ามีหลาย ๆตัว ใคร ๆที่ผ่านมาเห็นจะรู้สึกยังไง เราจะดูลวงโลกหรือเปล่า อยู่ตรงนี้เป็นอีกอย่าง ตรงนี้ ๆ ๆ ๆเป็นอีกอย่าง หนักใจนะ แต่คิดว่าปัญหานี้คงจะค่อย ๆคลี่คลายไปด้วยตัวของมันเองเมื่อเวลาค่อย ๆคลืบคลานผ่านไป น่าจะเป็นอย่างนั้น